thaiskyhost.com=> ประสบการณ์ฝึกสมาธิ -> ประสบการณ์ สมาธิ และแสงสว่างในสมาธิ มีจริงหรือไม่?


ประสบการณ์ สมาธิ และแสงสว่างในสมาธิ มีจริงหรือไม่?

จำนวนผู้เข้าชม : 5331 คน
ประสบการณ์ สมาธิ และแสงสว่างในสมาธิ มีจริงหรือไม่?

หมวดหมู่ : ประสบการณ์ฝึกสมาธิ

ราคา : 0 .-

หลายๆคนที่ปฏิบัติการนั่งสมาธิมักจะถกเถียงกันว่า สมาธิมีแสงสว่างมั้ย บ้างก็ว่ามีแสงสว่างในตอนที่จิตสงบลงสู่ฌาน บ้างก็ว่านั่งสมาธิจนสงบแล้วต้องไม่มีแสงสว่างใดๆปรากฎ ถ้ามีถือว่าจิตยังไม่สงบ ต่างคนต่างก็ยกเหตุผลและประสบการณ์ที่ตนพบเจอ ทำให้คนที่เข้ามาศึกษาในเรื่องของสมาธิต่างสับสนและไม่รู้ว่าใครถูก ใครผิดกันแน่ ผมเองก็เป็นคนนึงที่เรียนรู้ทั้งสมาธิที่ไม่มีแสงสว่างและสมาธิที่มีแสงสว่าง ซึ่งผมพอจะให้คำตอบจากประสบการณ์ของผมเองซึ่งอาจเป็นแนวทางได้บ้าง ไม่มากก็น้อย โดยจะสรุปสั้นดังนี้
FaceBook Twitter

ประสบการณ์ สมาธิ และแสงสว่างในสมาธิ มีจริงหรือไม่?

ประสบการณ์ สมาธิ และแสงสว่างในสมาธิ มีจริงหรือไม่?

ประสบการณ์ สมาธิ และแสงสว่างในสมาธิ มีจริงหรือไม่?

ประสบการณ์ สมาธิ และแสงสว่างในสมาธิ มีจริงหรือไม่?







บันทึกวันที่ : 18/12/2560

สมาธิและแสงสว่าง


มันจะจริง เมื่อคุณได้เห็นมันด้วยตนเอง

มันจะไม่จริง เมื่อคุณไม่เห็นมันด้วยตัวคุณเอง


จากเดิมที่ผมเคยด่วนสรุปไปแล้วว่า การนั่งสมาธินั้นมันจะไม่เห็นแสงสว่าง จะมีแต่จิตที่สงบเท่านั้นถึงจะเป็นสมาธิที่สมบูรณ์แบบ แต่ความจริงแล้วในสมาธิมีอีกหลายเรื่องราวที่ผมยังไม่รู้จริงเห็นแจ้ง

ดังนั้นการด่วนสรุปไปเป็นสิ่งที่ไม่ดีเลย ช่วงหลังๆมานี้ผลของการปฏิบัติของผมนั้นทำให้ผมได้เข้าสมาธิที่เกิดแสงสว่างที่มาก จนทำให้ผมไม่สงสัยเลยว่าแสงสว่างในสมาธินั้นมีอยู่จริงๆ

หลายๆคนที่ปฏิบัติการนั่งสมาธิมักจะถกเถียงกันว่า สมาธิมีแสงสว่างมั้ย บ้างก็ว่ามีแสงสว่างในตอนที่จิตสงบลงสู่ฌาน บ้างก็ว่านั่งสมาธิจนสงบแล้วต้องไม่มีแสงสว่างใดๆปรากฎ ถ้ามีถือว่าจิตยังไม่สงบ

ต่างคนต่างก็ยกเหตุผลและประสบการณ์ที่ตนพบเจอ ทำให้คนที่เข้ามาศึกษาในเรื่องของสมาธิต่างสับสนและไม่รู้ว่าใครถูก ใครผิดกันแน่

ผมเองก็เป็นคนนึงที่เรียนรู้ทั้งสมาธิที่ไม่มีแสงสว่างและสมาธิที่มีแสงสว่าง ซึ่งผมพอจะให้คำตอบจากประสบการณ์ของผมเองซึ่งอาจเป็นแนวทางได้บ้าง ไม่มากก็น้อย โดยจะสรุปสั้นดังนี้

A : เหตุผลที่นั่งสมาธิแล้วเกิดแสงสว่างเพราะว่า... คุณนั่งสมาธิแบบรู้กว้างๆ , รู้ทุกสรรพสิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกายและจิตใจ โดยสภาวะรู้จะเป็นกลางๆ รู้ว่าทุกอย่างมันแยกกันอยู่ ของใครของมัน และทุกสรรพสิ่งมันก็เป็นของมันอย่างนั้นแหละ

B : เหตุผลที่นั่งสมาธิแล้วไม่เกิดแสงสว่าง เพราะว่า... คุณนั่งสมาธิแบบเพ่ง , แบบจดจ่อ , แบบให้สภาวะรู้แคบๆอยู่กับคำภาวนา , ลมหายใจ หรือสิ่งในสิ่งหนึ่งที่คุณยึดอยู่ และจดจ่อมันไปตลอดจนจบการนั่งสมาธิ

------------------

A : ประสบการณ์นั่งสมาธิ "เห็นแสงสว่าง" ของผม

และจากนี้ผมจะเล่าประสบการณ์ในการนั่งสมาธิที่เห็นแสงสว่างของผมนะครับ โดยการนั่งสมาธิของผมจะอยู่ที่ 45นาที - 1ชั่วโมงครึ่ง โดยประมาณ และเมื่อนั่งไปสักพักน่าจะประมาณครึ่งชั่วโมงได้แสงสว่างมันจะเริ่มปรากฎให้เห็นแบบน้อยๆ

จนรู้สึกได้ และเมื่อไหร่ที่เราสงสัยในแสง แล้วเราไปเพ่งที่แสง มันก็จะค่อยๆหายไป ยิ่งสงสัยยิ่งหาย  ดังนั้นผมจึงเอาแสงมาเป็นเครื่องฝึกฝนต่อจากการรู้ลมหายใจ โดยเมื่อแสงปรากฎผมจะทิ้งการรู้ลมหายใจเข้าออก และมาตามรู้แสงแทนครับ

การรู้แสงไม่ใช่การเพ่ง แต่การยอมรับตามจริงที่เราเห็น แสงมันจะสว่างก็รู้และยอมรับตามจริงว่ามันสว่าง แสงมันหายไปก็รู้และยอมรับตามจริงว่ามันหายไป มันจะเกิดๆดับๆสลับกันไปครับ ให้เรารู้ความสว่างเฉยๆครับไม่ต้องไปอยากเร่งแสงหรือไปอยากสงสัยอะไร

ถ้าสภาวะรู้ของเราเป็นกลางอย่างต่อเนื่อง แสงมันจะยิ่งจ้ามากๆจนเปลือกตาของคุณดิ้นระริก หรืออาจจะรู้สึกว่าแสบแต่ก็ได้ครับ (แต่จริงๆแล้วมันไม่แสบตานะครับ มันเป็น สัญญาขันธ์ ของเราเองว่าเจอแสงจ้าแล้วต้องแสบตา ให้รู้ตามจริงไปครับเดี๋ยวจิตกับร่างกายก็ปรับตัวเข้ากันได้เอง)

ถึงแม้ผมจะนั่งสมาธิแล้วเห็นแสงสว่าง ผมก็ยังไม่เชื่อในสิ่งที่เห็นครับ ผมจะพยายามพิสูจน์ให้ถึงที่สุด โดยการนั่งสมาธิตอนกลางคืนและปิดไฟในห้องให้มืดทั้งหมดครับ และแล้วผมก็ได้พิสูจน์ว่าแสงในสมาธิมีจริงหรือไม่? เราคิดไปเองมั้ย ถ้ามืดทึบขนาดไม่มีแสงเลย ตอนเราหลับตานั่งสมาธิจะเห็นแสงอีกหรือไม่?

และแล้วคำตอบก็ปรากฎชัดต่อหน้าต่อตาครับ แสงสว่างนั้นมันทำให้เราสามารถยืนยันได้ว่าห้องมืดทึบแต่เรากับเห็นแสงสว่างมากมายจนไม่อาจปฏิเสธได้ว่าแสงสว่างในสมาธินั้นไม่มี และไม่ใช่แค่ 1 - 2 วันที่ผมนั่งสมาธิแล้วเห็นแสงสว่าง
แต่ผมเห็นทุกครั้งที่ปิดไฟนั่งสมาธิ มันจะเริ่มเห็นเวลาผ่านไปแล้วประมาณครึ่งชั่วโมงตอนที่จิตเริ่มสงบลง

แสงสว่างในสมาธิจะแปรผันตรงกับสภาวะรู้ที่เป็นกลาง นั่นคือยิ่งจิตสงบเท่าไหร่แสงก็จะสว่างเท่านั้น  โดยหลักการคือเราจะไม่สงสัยสิ่งใดเลย เห็นแบบในก็แบบนั้น ให้รู้เป็นกลางๆ แสงจ้าก็คือจ้า แสงหายก็คือหาย ไม่ต้องไปอยากได้หรืออยากเร่งแสงสว่าง ถ้าเราจับจุดตรงนี้ได้แสงว่างมันจะจ้าขึ้นเรื่อยๆ

จนคุณจะรู้สึกได้เลยว่าแสงมันมาจากทุกทิศทางในห้องมืดนั้น เหมือนเรานั่งในห้องที่โดนสปอตไลท์ฉายอยู่ และที่สว่างมากสุดของผมก็คือความสว่างจ้า คล้ายเอาตาจ้องแสงไฟนีออนสีขาวใกล้ๆดวงตาเลย

แสงสว่างที่พบเจอจะเป็นสีขาว บางที่ก็สว่างจ้า บางทีก็นวลๆตา บางที่ก็สลัวๆ แสงพวกนี้เราควบคุมมันไม่ได้  มันเกิดก็ด้วยเหตุ(จิตสงบแบบสภาวะรู้) , มันหายไปก็ด้วยเหตุ(สงสัย , อยากได้ , ฟุ้งซ่าน)

ลักษณะของแสงสว่างมันไม่ใช่เป็นดวงๆ แต่มันจะสว่างทั้งขอบเขตของการมองเห็น 180 องศา คือเต็มสองลูกตาของเรา(ความรู้สึก)

แต่บางครั้งมันก็เกิน 180 องศา คือรู้สึกถึงแสงสว่างจากรอบทิศทาง ด้านหน้า , ด้านบน , ด้านข้าง , ด้านหลัง
 
แสดงภาพตัวอย่างที่ผมเห็นแสงในสมาธิ
ผมไม่รู้ว่าคนอื่นเห็นเหมือนผมมั้ย (เนื่องจากสมาธินั้นหลากหลาย)
ที่ทำภาพให้ดูเพื่อเป็นกรณีศึกษา + แชร์ประสบการณ์
ไม่ได้มุ่งเน้นให้ยึดติดในแสงสว่างครับผม


ภาพแสดง แสงสว่างในสมาธิ

เมื่อปิดไฟในห้องเพื่อให้มืดทั้งหมด
-------------------------------------------------------------

ภาพแสดง แสงสว่างในสมาธิ

แสงเริ่มสว่างนิดๆ แล้วหายไปแบบรวดเร็ว
-------------------------------------------------------------

ภาพแสดง แสงสว่างในสมาธิ

แสงเริ่มกระจายตัวแบบเห็นหมดทั้งภาพ
-------------------------------------------------------------

ภาพแสดง แสงสว่างในสมาธิ

แสงสว่างเริ่มจ้าขึ้นมาอีกระดับ และค่อยๆสว่างขึ้นและหรี่ลงสลับกันไปตามกำลังจิตที่สงบ


ภาพแสดง แสงสว่างในสมาธิ


ภาพแสดง แสงสว่างในสมาธิ

ภาพแสดง แสงสว่างในสมาธิ

แสงสว่างเต็มที่ก็จะขาวๆนวลๆ ดังรูปนี้นะครับ ผมพยายามเลือกโทนสีที่ใกล้เคียงที่สุดเท่าที่จำได้ครับผม ซึ่งภาพที่ได้จะเห็นเต็มสองตาคล้ายกับว่าไม่มีขอบเขตและแหล่งกำเนิดแสงครับผม

แต่ถ้าภาพจริงในสมาธิมีจะมีเรื่องของความสว่างเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยนะครับ  ในที่ผมนำเสนอก็แสดงได้แค่เพียงโทนสีของแสงสว่างครับ

-------------------------------------------------------------

แสงสว่างที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม อาจจะเป็นการที่สมองปรุงแต่งขึ้นตอนที่ร่างกายสงบ หรืออาจจะเป็นที่จิตของเราไปรับรูปบางอย่างที่ตาเนื้อมองไม่เห็นก็ได้  แต่ทั้งหมดนี้เราก็ไม่ต้องไปยึดติดอะไร มันก็เป็นของมันอย่างนั้นแหละ

แค่เรารู้ว่าแสงสว่างที่มากนั้นคือสมาธิที่ก้าวหน้าตามความสว่างของแสงก็พอ เหตุผลเพราะเวลาเราเห็นแสงแล้วเกิดความสงสัยหรืออยากได้ความสว่างเพิ่มขึ้น แสงจะหายทันที แต่ถ้าเราเป็นกำหนดสภาวะเป็นรู้กลางๆ รู้กว้างๆ แสงมันจะคงอยู่และสว่างขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงจิตที่สงบขึ้นเรื่อยๆด้วยเช่นเดียวกัน

จิตที่เปิดกว้างนอกจะรับรู้แสงสว่างที่ชัดเจนจนหายสงสัยในแสงแล้ว ยังทำให้เรารับรู้สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในขอบเขตของร่างกายได้ชัดจัด

------------------

B : ประสบการณ์นั่งสมาธิแล้ว "ไม่เห็นแสงสว่างของผม"

ก่อนหน้านี้ผมได้ฝึกสมาธิแบบจดจ่อและตั้งใจมากๆ ซึ่งผมตั้งใจไว้อย่างดีเลยว่าทุกสายลมหายใจเข้าออกนั้น ผมจะดูลมหายใจเข้าออกตลอดสายโดยไม่ให้พลาดแม้แต่ลมหายใจเดียว โดยการกำหนดการดูสายลมหายใจที่เริ่มจากวิ่งผ่านเข้าไปที่รูจมูก

ผ่านหลอดลมและเข้าไปในปอด จนกระทั่งดูลมที่อยู่ในปอดถ่ายเทออกมสู่ภายนอกรูจมูก  ถึงแม้จะเกิดสภาวะแผ่วเบาจนลมหายใจเกือบจะหายไป จนต้องเปลี่ยนเป็นดูสิ่งอื่นๆแทนเช่น ความวางเฉย เป็นต้น ก็ยังมีอาการที่เรียกว่าเพ่งอยู่

การเพ่งก็คือการเฝ้าดูอย่างจดจ่อ โดยใช้กำลังของสมาธิที่แน่วแน่ ไม่ยอมให้สิ่งที่ตั้งใจไว้คลาดเคลื่อน ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้นั้นจิตจะปิดแคบลง จะรู้แค่เฉพาะส่วนที่ต้องการเท่านั้น เมื่อจิตปิดแคบสภาวะรู้ก็ถูกปิดกั้นเช่นเดียวกัน ทำให้เราไม่รับรู้สิ่งอื่นใดนอกจากสิ่งที่เรากำลังเพิ่งอยู่ ดังนั้นแสงสว่างก็จะไม่ปรากฎให้เห็นเลย จะอยู่กับสมาธิที่เป็นความมืดสนิท ไม่มีอะไรที่เป็นแสงสว่างให้คุณเห็นอย่างแน่นอน

-------------------

 


  เมื่อวันที่ : 2020-03-10 21:42:20


สนใจติดต่อโทร : 087-613-1076
Line ID : 0876131076